รีวิว Midnight Mass สยองขวัญแบบลึกซึ้งคมคายผ่านบทสนทนาต่างๆ

รีวิว Midnight Mass ซีรีส์นี้ถึงแม้จะวางตัวเป็นแนวสยองขวัญ แต่จริงๆ แล้ว เรื่องนี้น่าจะเป็นงานที่แทบไม่สยองขวัญเลย หรือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ ไมค์ ฟลานาแกน เลย ด้วยตอนที่ 1-3 แทบไม่มีฉากสยองเลย นอกจากเรื่องราวของแมวที่ตายเกลื่อนชายหาดลึกลับแล้ว อาจมีภาพผิดพลาด มีเพียงที่นี่ก่อนตอนที่ 4 แม้แต่เรื่องสยองขวัญก็เริ่มชัดเจนขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ใช่แนวสยองขวัญหรือผีสร้างสรรค์ใหม่ รูปแบบของผลงานก่อนหน้าของเขา

แต่เป็นธีมที่น่าสะพรึงกลัวและน่าสงสัยของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในความเงียบ ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ต่อไปได้ โดยมีศาสนาเป็นพื้นหลังอ้างอิงถึงลัทธิอเทวนิยม ที่ถูกตีความใหม่เป็นความเชื่อสุดโต่ง เติมเชื้อเพลิงให้กับเรื่องราวสยองขวัญนองเลือดกับทั้งชุมชนบนเกาะในตอนท้ายของเรื่อง

และยังพร้อมที่จะขยายไปสู่โลกภายนอกอีกด้วย นี่คือการเล่าเรื่องสยองขวัญเรื่องใหม่ของ Mike Flanagan เพราะเป็นการตีความทางศาสนาที่ดึงเอาความน่าสะพรึงกลัวในหัวใจของมนุษย์ออกมาเป็นการกระทำต่อกันและกัน ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี แต่กลับต้องเผชิญกับความบ้าคลั่งของศาสนาที่ทำลายผู้คน กับสิ่งเหนือธรรมชาติที่เข้ามาเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังอีกครั้ง

รีวิว Midnight Mass สยองขวัญแบบลึกซึ้งคมคายผ่านบทสนทนาต่างๆ

เมื่อแนวสยองขวัญเป็นเพียงแนวหน้าของซีรีส์นี้ แล้วจุดขายที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมคืออะไร ต้องบอกว่าจุดขายคือ Conversation เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาระหว่างคริสต์ศาสนา อิสลาม และจริยธรรม ที่ชวนให้คิดลึก นี่อาจฟังดูเข้าใจยากและน่าเบื่อ แต่ Mike Flanagan พยายามทำให้มันน่าสนใจมากที่จะติดตาม

รีวิว Midnight Mass สยองขวัญแบบลึกซึ้งคมคายผ่านบทสนทนาต่างๆ

มากเสียจนผู้เขียนรู้สึกว่าเรื่องราวสยองขวัญไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเลย ฉันยังรู้สึกว่าความสยองขวัญที่ถูกนำกลับมาทำลายความน่าดึงดูดใจในส่วนนี้ เพราะเป็นการเปิดประเด็นของไรลีย์ พระเอกที่ไม่เชื่อในพระเจ้าผู้ไม่เชื่อในศาสนาใดๆ แต่เขาไม่ได้ก้าวร้าวกับใคร และยังคงมีบาดแผลในใจที่รักษาไม่หาย มันมาพร้อมกับบุคลิกทางศาสนาที่แข็งแกร่งมาก

รีวิว Midnight Mass สยองขวัญแบบลึกซึ้งคมคายผ่านบทสนทนาต่างๆ

พอล ศิษยาภิบาล ที่อยากจะช่วยเขาให้พ้นจากความทุกข์ โดยการตั้งกลุ่มบำบัดบนเกาะเพื่อคุยกับเขาคนเดียว ในเรื่องจะมีฉากสนทนาระหว่างทั้งสองคนเป็นบทสนทนานิ่งๆ โต้ตอบอย่างสุภาพ บทสนทนาเต็มไปด้วย

ข้อมูลเชิงลึกที่ลึกซึ้งทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ความคิด ปรัชญา ศาสนา และสังคม สิ่งที่ผู้ฟังต้องไตร่ตรองทุกครั้งที่ฟัง โดยไม่คำนึงถึงศาสนาหรือความเชื่อของผู้ฟัง พวกเขาสามารถฟังอย่างมีเหตุผลในแต่ละด้าน และยังโน้มน้าวผู้ชมให้สอดคล้องกับทั้งสองและล่าสุดเราได้ รีวิวหนัง May the Devil Take You